แคว้นทอสคานา (Tuscany)

IMG_7600_resize

แคว้นทอสคานา

แคว้นทอสคานา(Toscana)หรือทัสคานีในภาษาอังกฤษ (Tuscany) มีฟีเรนเซ(Firenze) หรือ ฟลอเรนซ์ (Florence) เป็นเมืองหลวง แคว้นทอสคานานี้มีเนื้อที่ทั้งหมด 22,990 ตารางกิโลเมตร และมีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ศิลปกรรมเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นที่กำเนิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาหรือ ยุคเรอเนสซองซ์ (Renaissance) นั่นเองมีสถาปัตยกรรมศาสนาวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมเนื่องจากมีโรงงานผลิตเสื้อผ้า เสื้อนุ่งห่ม เครื่องหนัง จำนวนมากซึ่งแคว้นแห่งนี้เองที่เป็นที่ตั้งของหอเอนเมืองปิซาอันโด่งดัง นอกจากนี้ แคว้นทอสคานาก็ยังขึ้นชื่อว่ามีภาพทิวทัศน์ที่งดงามมาก ห้อมล้อมไปด้วยต้นไซปรัสตั้งตระหง่านสูงบนเนินเขา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของแคว้นนี้ ยังมีศาสตร์การทำอาหารและไวน์รสชาติดีเยี่ยมอีกด้วยค่ะ  ส่วนภาษาอิตาเลียนที่พูดกันในแคว้นทอสคานา ได้เป็นที่ยอมรับว่าสำเนียงส่อภาษาการพูดแบบชาวอิตาลีโดยแท้จริงอีกด้วย

ในแคว้นทอสคานา มีเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ 6 แห่งที่ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกได้แก่ นครประวัติศาสตร์ฟีเรนเซ (Firenze/Florence) จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซาในเมืองปิซา (Pisa) นครประวัติศาสตร์ซานจิมิยาโน (San Gimignano) นครประวัติศาสตร์เซียนนา (Siena) นครประวัติศาสตร์เพียนซา (Pienza) และวาลดอร์เซีย (Val d’Orcia)

ทอสคานาเป็นแคว้นที่มีการผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว ในเมืองเล็กใหญ่ที่เต็มไปด้วยสีสันของธรรมชาติ ความขลังของโบราณสถาน หรือการเป็นอยู่ของคนพื้นเมือง ทำให้เขมตื่นตาตื่นใจกับเมืองแต่ละเมืองที่ไปเยี่ยมชม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีนักท่องเที่ยวคนไทยอย่างเรารู้จักกันน้อยอยู่ค่ะ

IMG_7317_resize

IMG_7385_resize

เมืองคอร์โทนา (Cortona) เป็นเมืองที่ถูกค้นพบโดยชาวอิทรูเรียโบราณ  และเป็นเมืองที่มีอำนาจมากในยุคกลาง มีความโดดเด่นเทียบเท่ากับสองเมืองใหญ่เซียนนา (Siena) และเอเรสโซ (Arezzo) คอร์โทนาเป็นเมืองที่อยู่บนเนินเขาที่เก่าแก่ที่สุดในทอสคานา ทัศนียภาพนั้นเป็นเลิศเลยเจ้าค้าาาา ในปัจจุบันเสน่ห์ของเมืองนี้คือ ตรอกซอกซอยที่มีร้านค้า ร้านอาหาร ตึกรามบ้านช่องในสมัยกลาง โดยเฉพาะ Palazzo Communale ตั้งอยู่กลางใจเมืองตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 บนถนน Piazza della Repubblica ใครที่ชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์ ชมร่องรอยศิลปวัตถุของชาวอิทรูเรียโบราณ ที่มีหลากหลาย ทั้งอียิปต์และโรมัน มีให้ดูที่พิพิธภัณฑ์ หรือ Museo dell’Accademia Etrusca นะคะ เมืองคอร์โทนายังเป็นบ้านเกิดของจิตรกรพื้นเมืองมีชื่อว่า Luca Signorelli ซึ่งมีผลงานภาพวาดสีน้ำมันชื่อดัง Deposition (1502) ในยุคเรอเนสซองซ์ เขาผู้นี้ก็เสียชีวิตที่นี่และศพยังถูกฝังที่โบสถ์ San Francesco สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1254 อีกด้วยค่ะ

IMG_7249_resize

IMG_7230_resize

IMG_7303_resize

IMG_7269_resize

IMG_7266_resize

IMG_7250_resize

IMG_7334_resize

IMG_7333_resize

IMG_7302_resize

เมื่ออยู่ในเมืองนี้ เขมขอฝากเกล็ดเล็กน้อยให้กับ ice-creamlovers หน่อยเถอะนะ อย่าลืมไปชิมไอศกรีมแสนอร่อยที่ Dolce Vita ให้สังเกตไอศกรีมโคนใหญ่ๆ หน้าร้านนะคะ ตั้งอยู่บนถนนเส้นทางเดินมุ่งไปที่ Palazzo Communale ค่ะ

 Dolce Vita_resize

Dolce Vita (1)_resize

Dolce Vita (3)_resize

Dolce Vita (2)_resize

ไปชมเมืองเล็กๆ น่ารักๆ อย่างมอนเทลชิโน (Montalcino)ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาใจกลางไร่องุ่น สถานที่ผลิตเหล้าไวน์ชั้นเยี่ยมที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งในอิตาลี “Brunello” ซึ่งนักชิมไวน์ทั้งหลายสามารถจิบชิมไวน์หลากหลายชนิดได้ที่ร้านไวน์ตั้งอยู่บริเวณ Fortezza เคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศของป้อมปราการโดยรอบที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เดินเล่นบนถนน สัมผัสโบราณสถานที่น่าสนใจต่างๆ รู้สึกเหนื่อยก็มาพักดื่มไวน์ ช่างเป็นอารมณ์ที่ไร้ขอบเขตและกาลเวลาจริงๆ ค่ะ เดินมุ่งหน้าจากป้อมปราการไปในตัวเมือง จะพบกับอาราม Sant’Agostino และโบสถ์ในสมัยศตวรรษที่ 14 ถัดออกไปเป็นหอระฆังอิฐแดง Palazzo Communale บนลานสาธารณะ Piazza del Popolo ที่ตั้งเป็นแท่งอยู่สูง แบบที่ว่าไม่สามารถไม่ผ่านสายตาเราไปได้เลยหล่ะค่ะ

IMG_0611_resize

IMG_7746_resize

IMG_7778_resize

IMG_7783_resize

Palazzo Communale_resize

IMG_0473_resize

IMG_7729_resize

IMG_7768_resize

IMG_0608_resize

IMG_7755_resize

IMG_7756_resize

IMG_0607_resize

IMG_7782_resize

เมืองที่อยู่บนเนินเขาที่สูงที่สุดในทอสคานาคือ เมืองมอนเตพูลชิอาโน (Montepulciano) มีกำแพงและป้อมปราการที่สูง ซึ่งทำให้มีภาพทิวทัศน์ที่กว้าง สามารถมองออกไปถึงแคว้นอุมเบรียและทางตอนใต้ของทอสคานา และยังสามารถมองเห็นไร่องุ่นที่ทำเหล้าไวน์ชื่อดัง Vino Nobile di Montepulciano อีกด้วยค่ะ ถนนทางเดินในเมืองนี้น่ารักมากๆ  ปริ่มไปด้วยอาคารที่อยู่อาศัยใหญ่โตโอ่อ่าสมัยเรอเนสซองซ์ ถนนหลัก Corco เป็นถนนที่นำไปสู่ Duomo [โบสถ์สำคัญของคริสต์ศาสนาที่มีหัวหน้าบาทหลวง (bishop)ปกครอง] สร้างในปี ค.ศ. 1592-1630 ถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของนักเรียนโรงเรียนศิลปะเซียนนาเลยนะคะ  เมื่ออยู่บนถนน Corco แล้ว อย่าลืมมองหาร้าน Fattoria Pulcino แวะซื้อ Balsamic, Olive oil, Prosciutto ไส้กรอก ฯลฯ ติดไม้ติดมือไปด้วยนะคะ ร้านนี้เด็ดจริงๆๆๆๆ อร่อยทุกอย่างเลยล่ะค่ะ

IMG_0642_resize

IMG_0473_resize_2

IMG_7854_resize

IMG_7858_resize

IMG_7856_resize

Fattoria Pulcino (1)_resize

Fattoria Pulcino (2)_resize

Fattoria Pulcino_resize

Fattoria Pulcino (3)_resize

เมืองที่เขมชอบและประทับใจเป็นพิเศษคือ เมืองเพียนซา(Pienza)ตั้งอยู่ระหว่างเมือง Montalcino และ Montepulciano เป็นเมืองมาตรฐานของวิถีชีวิตคนในนครช่วงยุคเรอเนสซองซ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้เขมรู้สึกเบิกบานใจ ทั้งยังงดงามมากค่ะ ในปี 1996 องค์การยูเนสโกให้ที่นี่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และในปี 2004 บริเวณเขตหุบเขาทั้งหมด Val d’Orciaได้ถูกประกาศให้ติดอันดับขององค์การยูเนสโกให้เป็น World Cultural Landscapes อีกด้วย ยังไม่จบนะคะ ที่นี่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ Hollywood ที่ได้รับรางวัลมามากมายเรื่อง “The English Patient” ด้วยค่ะ

ประวัติความเป็นมาของเมืองนี้น่าสนใจเลยทีเชียว เดิมเพียนซาเป็นหมู่บ้านที่ใครๆ ก็หลงใหล มีชื่อว่า “Corsignano” และเป็นเมืองเกิดของ Pope Pius II ซึ่งเป็นผู้นำนักศึกษาเรื่องมนุษยชาติ นักวิชาการ และนักปรัชญา ได้รับคัดเลือกให้เป็นสันตะปาปาในปี ค.ศ. 1458 หลังจากการได้รับตำแหน่ง เมืองนี้ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่เกือบทั้งหมด และเปลี่ยนชื่อมาเป็นเพียนซา เพื่อเป็นเกียรติศักดิ์แก่ตนเอง โดยให้สถาปนิกและประติมากรจากฟีเรนเซ Bernardo Rossellino มีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างพระราชวังองค์สันตะปาปา โบสถ์สำคัญของคริสต์ศาสนา และศาลากลางให้เสร็จภายใน 3 ปี โหดจังสร้างตั้งเยอะแยะ ใครจะไปสร้างให้เสร็จทัน แค่ 3 ปีเอง!!! ในที่สุดแผนการอันใหญ่โต เมืองแบบเรอเนสซองซ์ก็ไม่บรรลุผล อย่างไรก็ตาม เรายังสามารถดูส่วนของพระราชวังองค์สันตะปาปาได้ ณ ปัจจุบันนะคะ เพราะมีผู้สืบสกุล Pius ได้อยู่อาศัยในช่วงต่อๆ มาจนถึงปี 1968 ไฮไลท์ของที่นี่คือด้านหลังของพระราชวัง มนตร์เสน่ห์ทัศนียภาพทั้งหมดที่ว้าวมากๆๆๆๆ ค่ะ

 IMG_0570_resize

IMG_0395_resize

IMG_0539_resize

IMG_0526_resize

IMG_7671_resize

IMG_7703_resize

IMG_7686_resize

IMG_7738_resize

IMG_7709_resize

IMG_7710_resize

IMG_7734_resize

IMG_7741_resize 

 
ครั้งหนึ่งเซียนนา (Siena) เคยเป็นเมืองคู่แข่งของฟีเรนเซ เป็นเมืองที่ลือชื่อในยุคกลางว่างดงามที่สุดในอิตาลี อันนี้ต้องมอบให้กับความสง่างาม โออ่าของเมือง โดยเฉพาะช่วงที่รุ่งโรจน์ในปี ค.ศ. 1260-1348 ค่ะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรู้จักเซียนนาในนามว่า เมืองแห่งการเฉลิมฉลองประจำปี หรือที่เรียกว่า “The Sienese Palio” ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคมของทุกๆ ปี เวลาหนึ่งทุ่มที่ Campo ค่ะ “The Palio” คือ งานเฉลิมฉลองที่สำคัญที่มีชื่อเสียงในแคว้นทอสคานา ซึ่งเป็นการแข่งขันการขี่หลังม้าที่ไม่มีอาน จะมีตัวแทนนักขี่ม้าแข่งอาชีพมาจาก 10 เขตในเซียนนา ม้าที่ถูกคัดเลือกในการเข้าแข่งขันนั้น จะเป็นม้ามาจากการจับฉลากและการทำพิธีอวยพรศักดิ์สิทธิ์ที่โบสถ์ของแต่เขตเพื่อเป็นมงคลแก่ม้าที่เข้าแข่งขัน ในช่วงระหว่างวันที่แข่งขัน จะมีขบวนแห่ การแสดงหรูหรา มีสีสันมากมาย การพนันต่างๆ จากผู้ชม ตระการตามากค่ะ ผู้ชนะในการแข่งขันจะได้รับธงผ้าไหมอันทรงเกียรติ หรือที่เรียกว่า “Palio” และมีงานเฉลิมฉลองในเขตชนะนั้นๆ สามารถยืดยาวเป็นอาทิตย์ก็ว่าได้

IMG_7600_resize

IMG_0210_resize

การเดินเยี่ยมชมเซียนนาควรจะเริ่มจากซอกซอย ทางเดินแคบๆ ผ่าน Loggia della Mercanzia สร้างในปี ค.ศ. 1417 เป็นทางเดินอาร์เคดที่พ่อค้าและนักการเงินในสมัยกลางติดต่อธุรกิจกัน เดินต่อมาจะพบกับ Piazza del Campo คือลานสาธารณะสถานที่ตั้งเก่าแก่ของสภาโรมันในช่วงแรกของประวัติศาสตร์เซียนนา และเป็นสถานที่พบปะชุมนุมกันของผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุด ลานสาธารณะนี้เริ่มที่จะปรากฎเป็นรูปร่างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1293 จากความต้องการของสภาองคมนตรีทั้งเก้า (ในสมัยนั้นเป็นการปกครองแบบกลุ่มคน) เริ่มต้นด้วยการได้รับสิทธิ์ผืนดินในการสร้างบริเวณลานสาธารณะของเมือง และต่อมาปี ค.ศ. 1327 ได้ปูพื้นอิฐแดงขึ้น ซึ่งเสร็จในปี ค.ศ. 1349 จุดเด่นของการออกแบบที่แยกออกเป็นเก้าส่วน สะท้อนให้เห็นถึงฝ่ายบริหารของสภาองคมนตรีทั้งเก้า โดยมีหอนาฬิกา Madonna เป็นสัญลักษณ์ ตั้งแต่นั้นมาลานแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการปฎิบัติ การประหารชีวิต กีฬาสู้วัว และ งานเฉลิมฉลองประจำปี ลานสาธารณะ Piazza del Campo ในปัจจุบันเป็นสถานที่นั่งเล่น พักผ่อน ที่มีร้านอาหาร คาเฟ่ต่างๆ เรียงรายอยู่รอบขอบนอก กลายเป็นจุดดึงดูดนักเที่ยวอย่างมากมาย มี Palazzo Pubblico ศาลากลางจังหวัดที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิกโดยมีหอระฆัง Torre del Mangia อยู่ข้างตึก ซึ่งเป็นหอระฆังสร้างในยุคกลางที่สูงเป็นอันดับสองในอิตาลี

Loggia della Mercanzia_resize

Loggia della Mercanzia (1)_resize

IMG_7597_resize

 

 

Palazzo Pubblico_resize

 

Palazzo Pubblico

 

 

Torre del Mangia_resize

 Torre del Mangia

ยังมีอีกนะคะ ลักษณะเด่นทางตอนเหนือของขอบลาน มีบ่อน้ำพุแกะสลัก Fonte Gaia สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 ลอกเลียนต้นแบบของ Jocopo della Quercia เป็นภาพแกะสลักนูนรูป Virtues, Adam and Eve และ Madonna and Child ซึ่งบ่อน้ำพุแกะสลักต้นฉบับอยู่ที่เฉลียงข้างหลังของ Palazzo Pubblico และที่น่าสนใจก็คือ ท่อน้ำที่น้ำพุไหลผ่านเป็นท่อน้ำที่มีอายุมากกว่า 500 ปี และยังใช้การได้อยู่ค่ะ

Fonte Gaia (1)_resize

Fonte Gaia_resize

ในแคว้นทอสคานายังมีอีกหลายเมืองที่น่าสนใจที่เขมยังไม่ได้ไปเก็บข้อมูลมาให้ท่านผู้อ่าน คงมีโอกาสได้กลับไปในไม่ช้านี้แน่ค่ะ โปรดติดตามตอนต่อไป J

 

What you should know:

  • สำหรับคุณแม่บ้าน หรือคนที่ชอบทำอาหาร ของฝากจากแคว้นทอสคานาที่ห้ามพลาดซื้อคือ เห็ด Porcini เห็ด Truffle หรือ Truffle Oil กลับบ้านไปทำ pasta อร่อยๆ ทานนะคะ