โรงแรมแมริออท เพตรา (Marriott Petra)

DSCF0250

โรงแรมแมริออท เพตรา

DSCF0374

ใครๆ ก็กระซิบบอกมาว่า ถ้ามาเพตราต้องมาพักโรงแรมนี้ ลองมาดูว่าต้องมาอย่าที่เขาว่าหรือเปล่า? โรงแรมแมริออท เพตรา (Marriott Petra) ตั้งอย่างสง่าผ่าเผยบนเขา ซึ่งเราสามารถมองลงไปดูทัศนียภาพมีเสน่ห์ของเมืองชมพูแดงเพตรา เป็น wow factor มากๆ และอยู่ห่างจากสถานที่อันพึงประวัติศาสตร์เพียงแค่ 5 นาที อันนี้คือคำตอบที่หนึ่ง คำตอบที่สองคือ ห้องพักทุกห้องมีวิวที่น่าประทับใจของหุบเขาเพตรา และไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโรงแรม เราก็จะไม่พลาดที่จะมองออกไปดูความงดงามของเพตรา และคำตอบสุดท้าย คือ ดื่ม cocktail สักแก้วนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่ Aretas Bar & Lounge ฟังดูแล้วไม่น่าสนใจใช่ไหม๊ค่ะ ความจริงไม่ได้อยู่ที่ cocktail หรอกค่ะ แต่เป็นความสวยงามของสีเส้นขอบฟ้าในขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะลัดฟ้าตรงหุบเขาเพตรา ชั่งสุดที่จะพรรณนาได้ นี้เป็นเรื่องจริงนะ ไม่โม้ ตอนนั้นเขมก็ไม่สามารถที่จะพูดคุยกับใครได้ แล้วไม่สามารถเอาสายตาตัวเองออกจากกล้องถ่ายรูปได้เหมือนกัน ก็เพราะต้องการเก็บภาพทุกขณะที่สีของขอบฟ้าเปลี่ยนด้วยอะ สวยม๊ากมาก สวยจริงจริง แหม… ถ้าขณะนั้นถ้าได้อยู่กับsomeone special ก็คงจะดีอะนะ จะได้แชร์อารมณ์ซึ้งๆ หวานชื่นกันบ้าง กระแอม…. ดิฉันก็เป็นคนโรแมนติกเหมือนกันนะค้า  นอกจากที่บาร์แล้ว ห้องอาหารตะวันออกกลางและนานาชาติ Dushara และห้องอาหารอิตาเลียน L’Affresco ก็อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งที่อบอวนไปด้วยบรรยากาศของหุบเขาเพตรา เอ๊ะ… รู้สึกว่าประเทศนี้ชอบอาหารอิตาเลียน โรงแรมแรกที่เอ่ยถึงก็เน้นอิตาเลียนโน่ ที่นี่ก็เหมียนกัน ว่าแต่ว่าพิซซ่าที่นี่อร่อย แป้งบางรสชาติไม่แพ้เหมือนที่ทานที่อิตาลีเลยค่ะ Hmm…..YUM YUM!

DSCF0212

เดินสำรวจเพตราเหนื่อยๆ มาทั้งวัน ลงไปว่ายน้ำในสระน้ำและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์หุบเขาก็ไม่เลวนะคะ หรือการอาบน้ำด้วยน้ำร้อนแบบโบราณของชาวอาหรับ (Turkish bath) เข้าเซาว์น่า ห้องสตีม และนวดที่ Loofah Tukish Bath & Spa ก็เป็นอีกทางออกหนึ่งที่จะช่วยผ่อนคลายความเมื่อย เขมเลือก Turkish bath ชอบมากเลย มีคนมาอาบน้ำให้ วิธีการก็มีอยู่ว่า ขั้นตอนแรก นั่งกระโจงอกด้วยผ้าเช็ดตัวเข้าห้องสตีมประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นจะมีพนักงานมารับไปอีกห้อง ซึ่งเป็นห้องที่มีแท่นนอนเป็นหินอ่อน จากนั้นก็นอนลงบนแท่นนี้ พนักงานจะเริ่มนวดตัวก่อน ต่อด้วยการขัดผิวด้วยครีมอาบน้ำและรังบวบที่ใช้ขัดตัว ล้างตัวให้สะอาดแล้วก็เดินไปต่อเข้าห้องเซาว์น่าอีก 30นาที ขั้นตอนสุดท้ายคือการล้างตัวด้วยน้ำเย็นค่ะ ฟังดูแล้วเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและนาน แต่ผลลัพธ์นั้นคุ้มมาก โอ๊ย… เขมเดินออกมาจากสปาสบายตัวสบายใจ สุขใจจริงๆ เล้ย! ที่กล่าวมา ถ้าไม่ชอบก็ไม่ว่ากัน แต่เป็นพวกคอหนังแล้วละก้อ น่าจะชอบ Teatro ซึ่งเป็นโรงหนังแบบมินิ ที่ฉายหนังภาพยนตร์ทุกวันค่ะ…

DSCF0279
DSCF0262
DSCF0259DSCF0270
DSCF0250

เขมได้เล่าถึงสีทรายธรรมชาติในเพตรา ที่มีสีส้ม ฟ้า ม่วง ดำ เหลือง ชมพู แดง ขาว เทา ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันเป็นงานศิลปะทรายในขวดแก้วที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกันเป็นของที่ระลึก ที่ลอบบี้โรงแรมนี้หล่ะค่ะ มีเจ้าหน้าที่แสดงกรรมวิธีนำทรายสีใส่เข้าไปในขวดพร้อมการหยอดทรายลงไปตามแบบรูปภาพ เช่น อูฐ ภูเขา ต้นปาล์ม ท้องฟ้า นก หรือเล่นสีลวดลายต่างๆ ที่เขาต้องการให้ปรากฎในขวด ซึ่งดูเหมือนง่าย แค่ใช้เครื่องมือแยงๆ กดๆ ทรายลงไป แต่ลองทำเองไม่ง่ายเลยอะ เสี่ยวจริงเขมดันกระแดะลองทำเอง แต่ไม่สำเร็จ ฮิ ฮิ ฮิ ราคาที่ขายในโรงแรมไม่ต่างจากที่อื่น แถมมีลายที่สวยกว่าด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวนะคะว่าซื้อที่โรงแรมจะมีราคาสูงกว่าร้านข้างนอกค่ะ สิ่งที่ amazing สำหรับเขมไม่ได้อยู่ที่ลวดลายหรือรูปภาพในขวด แต่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติของสีทรายซะมากกว่าค่ะ อย่างที่ว่า “สิ่งใดก็ตาม ถ้าเราไม่มาเห็นด้วยตาเปล่าหรือสัมผัสเอง เราคงไม่มีทางได้เห็นได้รู้ถึงความแตกต่าง ความแปลกของธรรมชาติบนโลกใบนี้ แล้วยังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่เราต้องค้นหา”การเดินทางเนี๊ยละค่ะเป็นเครื่องช่วยพิสูจน์  คราวนี้ทราบแล้วใช่ไหมค่ะว่าทำไมต้องเลือกโรงแรมนี้!

เขมมาสิ้นสุดที่โรงแรมโมเวนพิก (Mövenpick) ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมที่อีกหลายๆ ท่านคงยังไม่คุ้นเคยกับชื่อเสียงเรียงนามเท่าไรนักในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ Mövenpick เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 โดยชาวสวิส Mr. Ueli Prager มีเป้าหมายที่เน้นในกลุ่มการต้อนรับการบริการ ซึ่งแบ่งการปฏิบัติงานออกเป็น 5 หน่วยหลักๆ โรงแรมและรีสอร์ท (Mövenpick Hotels & Resorts) ศาสตร์การทำอาหาร (Marché International) ร้านอาหาร (Mövenpick Restaurants) ไวน์และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม (Mövenpick Wein und Mövenpick Fine Foods) กลุ่มของโมเวนพิกมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออก ส่วนโรงแรมโมเวนพิก รีสอร์ท แอนด์ สปา เดดซี (Mövenpick Resort & Spa Dead Sea) ก็เป็นหนึ่งโรงแรมในเครือ และเป็นโรงแรมแรกสร้างขึ้นในเดดซีที่มีสปานำสมัยใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ประกอบด้วยห้องพัก 358 ห้องและสวีทในลักษณะเก่าแก่ ซึ่งสะท้อนถึงยุคสมัยประวัติศาสตร์และอายุในดินแดนเยรูซาเล็ม เป็นสไตล์หมู่บ้านสองชั้นสร้างจากหินพื้นเมืองโบราณ โดยมีสวนเมืองร้อนขั้นแบ่งระหว่างกลาง ภายในห้องพักตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีธรรมชาติตัดกับสีฉูดฉาดของหมอนอิง ผ้าม่าน และเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้กับภายในห้อง ทิวทัศน์ที่มองออกไปจากระเบียงไม่ว่าจะเป็นวิวสวน ทะเลหรือภูเขาก็ทำให้เรารู้ผ่อนคลายได้อย่างดี โรงแรมนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม amenities ในห้องน้ำเพียบ! แถมยังเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมาจากทะเลเดดซี Welcome snackก็เยอะ ถั่วอร่อย เค็มๆ ดี ชอบ ชอบค่ะ ลักษณะเด่นของโรงแรมนี้คือภาพ งานศิลปะและของสะสมเก่าแก่ที่มีโชว์อยู่ทั่วโรงแรมอะค่ะ

DSCF0501

ผังของโรงแรมนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งยาวตลอดจนถึงหน้าหาด จากทางเข้าหลักของโรงแรมจะเป็นตึกหลัก เป็นห้องโถงใหญ่ที่มีรีเซพชั่นตรงกลาง ขนาบด้วย Al Khayyam Bar and Al Hana Lounge ซึ่งเป็นบาร์หรูหราสไตล์อาหรับ ที่นี่บางคืนมี belly dance ด้วยนะคะ จิบ cocktail เย็นๆ นั่งมองผ่านกระจกใสๆ ออกไปที่ทะเลเดดซี สร้างอารมณ์สุนทรีใช่ย่อยนะคร้าบ ซึ่งถ้ามองไปไกลกว่านั้น ฝั่งตรงข้ามคือประเทศอิสราเอลค่ะ เดินลงบันไดมาข้างล่างเป็นร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียน Al Saraya ตกแต่งร้านด้วยกระจกโดยรอบ เสริฟอาหารตลอดวัน มีบรรยากาศแบบชนบทที่ล้อมรอบไปด้วยสวนและดอกไม้สีสันนานาชนิด ถ้าเดินต่อไปผ่านส่วนของห้องพักมุ่งหน้าไปที่ทะเล จะเป็นร้านอาหารและบาร์อีก 5 ร้านติดๆ กันในจัตุรัสเปรียบเสมือนอยู่ในหมู่บ้าน มีร้านอาหารอิตาเลียน Luigi’s เสริฟพิชซ่า พาสต้า ร้านอาหารจีน Chopsticks ซึ่งอยู่ชั้นบนของ Luigi’s ร้านนี้ได้เปรียบเพราะเห็นวิวทะเลเดดซี ก็แค่เฉพาะตอนกลางวันนะ พอตกดึกมองแทบไม่เห็นอะไรเลย ร้านถัดมาคือ The Grill เป็นร้านอาหาร ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ปิ้งๆ ย่างๆ เนื้อสัตว์ต่างๆ ถ้าเอาแบบชิว ชิว ก็ต้องที่ Beach Lounge หรือ Valley Café and Bar เป็นที่สำหรับคนรักกาแฟ ซึ่งเป็นบ้านกาแฟอาหรับสูตรดั้งเดิม… อย่าลืมนะคะว่า มีโมเวนพิกที่ไหน ก็ต้องมีไอศกรีมโมเวนพิกที่นั่นค่ะ

ด้วยพื้นที่ 6000 ตรม.  ZARA Spa เป็นสปาที่ใหญ่ที่สุดในเดดซี คือโลกของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวทั้งร่างกายและจิตใจ มี Hydro-poolที่กว้างขวาง สระว่ายน้ำใหญ่สำหรับฤดูร้อนและฤดูหนาวแยกกัน ยังมีสระน้ำทะเลเดดซีอีก 2สระ สำหรับแขกที่ไม่ต้องการลงไปในทะเลเดดซี ซึ่งในสระน้ำทั้งสองนี้จะมีน้ำทะเลเดดซีแค่ 25%ฉะนั้นความเค็มและความหนาแน่นจะน้อยกว่าทะเลเดดซีจริง แต่ก็ลอยตัวได้เหมือนกันนะคะ เมนูนวดหรือสปาโคลนก็มีให้เลือกมากมาย พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือว่า มาที่เดดซีเนี๊ย มาชุบตัวให้ผ่องใส ฟื้นคืนสู่สภาพเดิม ให้พลังใหม่กับชีวิต…. ถ้ามาเป็นครอบครัว ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่เด็กและเป็นเรื่องสำคัญสำหรับกลุ่มโมเวนพิกที่ต้องมีสนามเด็กเล่น ซึ่ง Kid’s Land เป็นสถานที่สำหรับเด็กตั้งแต่เด็กแบเบาะจนถึงวัยรุ่นก็ว่าได้ นอกจากนี้ สถานที่เล่นกีฬาอย่างสนามเทนนิส วอลเลย์บอลชายหาด ห้องยิม ฯลฯ ก็มีเช่นกัน มีอะไรให้ทำเยอะขนาดนี้ อยู่เป็นอาทิตย์ก็คงไม่เบื่อหรอกค่ะ

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ถ้าตัวเองมีความสุข เราก็จะยิ่งสุขกับมัน จริงไหม๊ค่ะ? Enjoy your holiday in JORDAN!

 DSCF0172

DSCF0154

Travel memo

Visa:เข้าประเทศจอร์แดนต้องทำวีซ่า ใช้เวลาทำประมาณ 5 วันทำการ

Currency:ประเทศจอร์แดนใช้สกุลเงินที่เรียกว่า ดีนาร์จอร์แดน “Dinar” แต่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐสามารถใช้ได้ทุกที่

Climate: จอร์แดนมีภูมิอากาศเมดิเตอร์เรเนียน สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี อัมมานมีแดดจัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม อุณหภูมิประมาณ 23 เซลเซียสในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ล่วงจะเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดในการท่องเที่ยว อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 16-22 เซลเซียส เดือนที่ร้อนและแห้งแล้งที่สุดในจอร์แดนคือเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ในฤดูหนาว อากาศที่นี่หนาวมาก โดยเฉพาะในอัมมานและเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันออกค่ะ

How to get there:สามารถบินตรงด้วยสายการบิน Royal Jordanian Airline มีเที่ยวบินทุกวันโดยเครื่องบิน A310 ให้บริการชั้นประหยัดและชั้นธุรกิจด้วยเก้าอี้เอียงนอนสบายและหรูหรา

Updated – May 2009

Flight no. Day From ETD To ETA
RJ 181 MON/WED/FRI/SUN สุวรรณภูมิ 23:15 อัมมาน 04:00+1
RJ 183 TUE/THU/SAT สุวรรณภูมิ 23:15 อัมมาน 04:00+1
RJ 180 MON/WED/FRI/SUN อัมมาน 00:55 สุวรรณภูมิ 14:25
RJ182 TUE/THU/SAT อัมมาน 00:55 สุวรรณภูมิ 14:25

 

What you should know:

  • ควรดื่มน้ำจากขวดน้ำที่มีวางขายตามร้านค้าเท่านั้น
  • ควรเตรียมเงินดีนาร์ (แบงค์ย่อย) เช่น 1 ดีนาร์ไว้เยอะพอสมควร สำหรับทิปคนยกกระเป๋าที่โรงแรม หรือถ้าต้องการความช่วยเหลือจากคนท้องถิ่น ให้เตรีมทิปเผื่อไว้เพราะเขาคาดหวังจากเราด้วยค่ะ
  • ค่าไกด์และคนขับรถส่วนใหญ่จะคิดประมาณ US$30 ต่อคนต่อวัน
  • วันหยุดทำงานในจอร์แดนคือ วันศุกร์และวันเสาร์ แต่สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์จะเป็นวันศุกร์และวันอาทิตย์
  • ควรเตรียมกระดาษทิชชูไปเยอะๆๆๆๆๆ
  • จอร์แดนเป็นประเทศมุสลิม เพราะฉะนั้นไม่ควรสวมใส่เสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น ควรสวมใส่แต่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวนะคะ และควรใส่รองเท้าสบาย หรือผ้าใบเพราะเดินเยอะค่ะ
  • ควรขออนุญาติคนท้องถิ่น (เจ้าตัว)ไม่ว่าใครก็ตามก่อนถ่ายรูปเขา และต้องให้ทิปด้วยนะคะ

 

Special Thanks

Royal Jordanian Airline                                                       Sheraton Amman Al Nabil Hotel & Towers

4/F, C.P. Tower, 313                                                             P.O. Box 840064, Amman 11184 Jordan

Silom Road, Bangrak,                                                           Tel:  +962 6 593 4111

Bangkok 10500 Thailand                                                      Fax: +962 6 593 4222

Tel:  +66 (0) 2638 2960                                                         www.sheraton.com/amman

Fax: +66 (0) 2638 2966

www.rj.com

 

Marriott Petra                                                                        Mövenpick Resort & Spa Dead Sea

Queen Rania Road                                                                Sweimeh, Dead Sea Road

P.O. Box 150, Wadi Mussa                                                   P.O. Box 815538,

Petra, Jordan                                                                          Amman 11180, Jordan

Tel:  +962 3 215 6407                                                           Tel:  +962 5 356 1111

Fax: +962 3 215 7096                                                            Fax: +962 5 356 1126

Email: petra@marriotthotels.com                                      Email: resort.deadsea@movenpick.com

www.petramarriott.com                                                       www.movenpick-deadsea.com