ไคคูร่า (Kaikoura)

Kaikoura 2_resize

 ไคคูร่า (Kaikoura)

มาเที่ยวนิวซีแลนด์ สิ่งที่ดีที่สุดในการเดินทางคือการเช่ารถขับเอง ซึ่งเส้นทางในแต่ละเมืองนั้นง่าย สะดวก และที่สำคัญทิวทัศน์ตลอดเส้นทางไม่ว่าจะเดินทางไปเส้นไหน สวยสุดๆ เป็นเลิศมากกกกกกเจ้าค้าาาา ธรรมชาติของแท้ 100% เล้ย อากาศก็บริสุทธิ์ เฮ้ย… นึกแล้วก็อยากกลับไปอีกจัง ขับรถจากเมืองไครส์เชิร์ชเลียบชายฝั่งขึ้นมาทางเหนือ มายังเมืองเล็กๆ มีชื่อว่าไคคูร่า (Kaikoura) เป็นเมืองสวยติดทะเลที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสถานีล่าวาฬ อยากดูวาฬต้องมาเมืองนี้ค่ะ ที่นี่มีความเป็นมาเกี่ยวกับการล่าวาฬที่มีมาตั้งแต่ปีค.ศ.1843 ตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ในสมัยนั้นกิจการนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมากจนมีการตั้งสถานีล่าวาฬถึง 5 แห่ง เนื่องจากสภาพทางธรณีวิทยา สภาพภูมิศาสตร์ของเมืองไคคูร่า พอออกจากชายฝั่งไปนิดเดียวก็จะเป็นเหวลึกลงในทะเลเรียกว่าแคนยอน (Canyon) ลึกมากๆ หลายพันฟุต ประมาณ 3000 เมตร วาฬจึงอาศัยอยู่ได้ในบริเวณนี้ น้ำเย็นมาก และเป็นที่ที่กระแสน้ำมาบรรจบกัน มีสัตว์น้อยใหญ่ที่เป็นอาหารของวาฬอยู่มากมาย เช่น ปลาหมึก ปลิงทะเล และปลาฉลาม ด้วยเหตุนี้เองเราจึงพบวาฬชนิดต่างๆ ได้มากมาย เขมลืมบอกไปว่า “วาฬ” ไม่ใช่ปลาต้องเรียกว่าวาฬเฉยๆ นะคะ วาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ใช่เป็นสัตว์ประเภทปลาค่ะ รู้ไหม๊ค่ะว่าผู้คนสมัยนั้นล่าวาฬเพื่อเอาไขมันของวาฬไปใช้เป็นเชื้อเพลิง เพราะไม่มีอุตสาหกรรมน้ำมัน ไม่มีการขุดเจาะน้ำมันเหมือนในปัจจุบันไงค่ะ แล้วยังนำไขมันไปใช้อย่างอื่นอีก เช่น ใช้ทำสบู่ วาฬที่มีอยู่ทั่วไปในแถบนี้คือวาฬหัวทุย (Sperm Whale) วาฬมี 2 ชนิดนะคะ ชนิดแรกคือ วาฬแบบมีฟัน และชนิดที่สองคือ วาฬแบบมีซี่กรอง เป็นกระดูกของมันเฉยๆ แต่ไม่มีฟัน ในปัจจุบันอุตสาหกรรมล่าวาฬได้ยกเลิกไปตั้งนานแล้ว ครั้งสุดท้ายที่มีการล่าวาฬในปีค.ศ. 1965 ถ้าใครต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวาฬ ไม่ว่าจะเป็นกระดูก อุปกรณ์ล่าวาฬ เรื่องราวแบบเจาะลึก ต้องไปที่พิพิธภัณฑ์ไคคูร่า (Kaikoura Museum) นอกจากเรื่องเกี่ยวกับวาฬแล้ว ในพิพิธภัณฑ์ยังมีการจำลองสภาพของร้านขายของชำชื่อว่า เดอะเทรดดิ้ง คอมปานีไคคูร่า (The Trading Company Kaikoura) อาชีพค้าขายในเมืองนี้เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สำคัญ ร้านของชำนี้มีอายุทั้งหมด 122 ปีก่อนที่จะปิดกิจการไป ที่น่าสนใจคือเราได้เห็นสภาพของชำที่เคยนำมาวางขายว่ามีอะไรบ้าง ทุกอย่างที่อยู่ในนี้ทั้งหมดเป็นของเก่าดึกดำบรรพ์ไล่มาจนถึงปัจจุบันเลยค่ะ

Kaikoura 1_resize

Photo: Courtesy Virtual Kaikoura

นักท่องเที่ยวสามารถดูเจ้าวาฬได้ 2 ทางคือ โดยเรือใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม. หรือเครื่องบินเล็กที่ไคคูร่าแอร์ฟิลด์ (Kaikoura Airfield) ซึ่งใช้เวลาประมาณ ครึ่งชม. วาฬหัวทุย (Sperm Whale) เป็นวาฬที่พบมากที่สุดในแถบนี้ จะเป็นวาฬที่มีซี่กรองแพลงตอนขนาดใหญ่ที่สุด และยังมีขนาดใหญ่เป็นที่ 3 ของโลกรองจากวาฬสีน้ำเงิน วาฬหัวทุยเป็นวาฬที่สามารถดำน้ำได้ลึกที่สุดในโลก คือประมาณ 1000 เมตร และอยู่ใต้น้ำโดยไม่ขึ้นมาหายใจได้ถึง 45 นาที แต่ก็มีผู้พบสถิติการดำน้ำของมันนานที่สุดถึง 2 ชม. และยังพบว่าดำน้ำลึกที่สุด 2300 เมตรและอาจลึกกว่านั้นโดยที่มันจะดำน้ำลงไปเพื่อหาอาหารและพุ่งตัวสู่ผิวน้ำเพื่อหายใจ ก่อนจะดำกลับลงไปหาอาหารใหม่ที่จุดเดิม พอบินขึ้นมาก็พบกับวิวสวยๆ ของเกาะแล้ว แค่นี้ก็สวยเกินคำบรรยาย น่าเสียดายเขมไม่ได้เห็นวาฬสักตัว เศร้ามากๆ เป็นความใฝ่ฝันของเขมที่จะได้เห็นน้องวาฬสักครั้งหนึ่ง เขมนั่งเกาะกระจกตลอดเที่ยวบิน หวังว่าจะได้เห็นมันใกล้ๆ อาจจะเป็นเพราะโชคไม่ดีหรืออีกเหตุผลก็คือ การลดลงของวาฬที่ปัจจุบันนั้นลดลงไปอย่างมาก เดิมวาฬหัวทุยเป็นวาฬที่มีอยู่ในโลกมากกว่าวาฬชนิดอื่น คือพบทั่วโลกราว 2 ล้านตัว แต่ประชากรก็ลดลงอย่างรวดเร็วจากการล่าวาฬ จนปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 4 แสนตัว ด้วยเหตุนี้เมืองไคคูร่าที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการล่าวาฬ ต้องทำการปิดสถานีล่าวาฬลงอย่างสิ้นเชิงไป เพราะความใส่ใจในอนาคตของวาฬ และต้องการให้อนุรักษ์สัตว์ชนิดนี้ให้อยู่คู่กับโลกตลอดไป หวังว่าคราวหน้าเขมคงได้เจอวาฬตามฝัน….. นะโม ตะสะ โอมเพี้ยง!!!

ไม่ไกลจากในตัวเมืองประมาณ 4 กม.เลียบชายหาดไปทางทิศตะวันตก จะมีอาณานิคมแมวน้ำ(Seal Colony) โอโห้ แมวน้ำเพียบ นอนอึด ขี้เกียจเต็มไปหมดเลย บางตัวก็ร้องหาคู่ น่ารักมากกกกก สุดๆๆๆๆ วันๆ ก็คงไม่ต้องเครียดอะไรมาก ไม่มีเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง การประท้วง หาปลากินแล้วก็นอน นอ อ นอน นอ อ นอน

Kaikoura 2_resize

นอกเหนือจากทะเล ธรรมชาติบนบกของนิวซีแลนด์ ผืนป่า เรื่องราวของต้นไม้ รวมถึงสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะของชนเผ่าเมารีเป็นจุดที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ชาวเมารีมีความสัมพันธ์กับพืชพันธุ์นับมานานแสนนาน การเดินป่าเมารีทัวร์ ครั้งนี้มีชาวเมารีเป็นผู้นำและผู้ให้ความรู้ เป็นการสัมผัสธรรมชาติโดยถ่องแท้ อากาศเย็นสบาย สดชื่น ตลอดทางเขมหยุดเป็นที่ๆ เพื่อศึกษาวัฒนธรรมของชนเผ่าเมารีและพืชพันธุ์ต่างๆ มีสมุนไพรเยอะ เช่น ใบคาวาคาวา (Kawakawa) ใบนี้ใช้ทำชา ถ้าใบไหนมีรูยิ่งดี ดีต่อหัวใจ การไหลเวียนของโลหิตค่ะ ต้นไม้ที่พิเศษที่สุดสำหรับชาวเมารีเป็นต้นไม้ที่มีคุณภาพดีมากเรียกว่าต้นโททาร่า (Totara) คนเมารีจะเอาไม้ต้นนี้ไปทำเรือแคนนูหรือแกะสลักเป็นรูปต่างๆ ต้นโททาร่านี้เมื่อโตเต็มที่จะมีอายุยืนถึง 2000 ปี ส่วนต้นโคโทกุโทกุ เป็นภาษาเมารี ผลของมันอร่อยมาก มีรสชาติเหมือนลูกพลัมผสมองุ่น ที่สำคัญเปลือกของผลสามารถเอาไปเผาไฟแล้วสูบแทนบุหรี่ได้ที่ไม่มีสารนิโคตินในสมัยก่อน แต่ในปัจจุบันทานได้แต่ผล หรือเอามาทำเป็นขนม อมยิ้มล่ะค่ะ ต้นที่สำคัญที่สุดสำหรับนิวซีแลนด์ คือต้นเฟิร์น (Silver Fern) หรือ เมาคุ ในภาษาเมารี ซึ่งมีต้นอ่อนเรียกว่า โครุ (Koru) หรือ พิกคุพิกคุ ในภาษาเมารี มีลักษณะเป็นขดๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาวเมารีและนิวซีแลนด์ นิยมใช้ในการแกะสลักหรือรอยสักบนใบหน้า เป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่หรือการเริ่มต้น ใครๆ ที่ชอบดูกีฬาต้องนึกถึงรักบี้ ออลแบล็กซ์ (All Blacks) ของทีมนิวซีแลนด์ ที่ใช้ใบเฟิร์นนี่เป็นสัญลักษณ์เช่นกันค่ะ

 

ชื่อร้าน: เดอะไวท์มอร์ฟ (The White Morph)

เมื่ออยู่ที่ไคคูร่า (Kaikoura) ทางเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ เมืองนี้อยู่ติดชายทะเล มาชายทะเลทั้งทีก็ต้องทานอาหารทะเลซิค่ะ ยิ่งนิวซีแลนด์มีชื่อในเรื่องของขนาดใหญ่โตโมโหราฬและไม่ธรรมดา แต่ที่ไคคูร่าเป็นเมืองขึ้นชื่อเรื่องของ เครยฟิช (Crayfish) คือกุ้งชนิดหนึ่งคล้ายกุ้งมังกรเพียงแต่ไม้มีก้ามแต่ขานดเล็กกว่าที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดและทะเลทราบ ไค คือ อาหาร (Food) เป็นภาษาเมารี และคูร่า คือ เครยฟิช (Crayfish) ใครที่มาที่นี่ต้องมาทานเครยฟิช ก็คือพลาดไม่ได้เลย เป็นไฮไลท์ของที่นี่นะคะ

ไวท์มอร์ฟเป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ห่างจากทะเลเล็กน้อย ด้วยบรรยากาศภายนอกที่มองไปเห็นทะเล ตัวอาคารสีขาว ทำให้ที่นี่ดูสวยสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น พอเข้ามาภายในก็จะได้พบกับบรรยากาศที่แสนรื่นรมย์ ด้วยการตกแต่งอันหรูหราและมีเอกลักษณ์ ทำให้ที่นี่พร้อมที่จะรองรับลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน แต่ที่จะเข้ากับบรรยากาศที่ดีที่สุดก็เห็นจะเป็นคู่รักที่ต้องการความโรแมนติค

จานที่เด็ดที่สุดในฤดูร้อนที่จะต้องมาทาน เป็นอาหารทะเลจานเด็ดของนิวซีแลนด์ ที่นำทุกอย่างมารวมกันกินได้ 2 คนต่อ 1 จาน ที่นี่มีการปรุงเครยฟิชด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ใช้ซอส เพื่อไม่ให้รสชาติเปลี่ยนไป โดยแค่ทาเนยเสร็จแล้วเอาไปเข้าเตาอบ เชฟต้องการให้ชิมรสชาติธรรมชาติของเครยฟิช ความหวานของธรรมชาติ มีเครื่องเคียงเด็ดๆ เช่น ปลาสดๆ จากทะเลราดด้วยซอสเพรสโต้ใส่โหระพาสับลงไป หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ปรุงกับหัวกะทิ แล้วยังมีปลาแซลมอน หอยเชลล์ ปลาหมึก และกุ้งทะเลต่างๆ ที่เชฟแค่ย่างให้สุกพอประมาณ ย่างแบบไม่สุกมาก เพื่อไม่ให้เสียรสชาติไป รสชาติเนื้อเครยฟิชนั้นสดเหนียวเป็นก้อนเหมือนกุ้งมังกร มีความหวาน หอยแมลงภู่ก็มีรสชาติหวานเหมือนกัน เค็มๆ มันๆ จากกะทิ  อาหารทะเลทั้งหมดทานแบบไม่ต้องจิ้มอะไรเลยก็ได้ค่ะ เนื้อสดแล้วก็หวานในตัวของมันเอง มาที่นี่ควรสั่งจานนี้เลย ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ส่วนใครที่ชอบทานเนื้อควรลองเนื้อกวางเมดิสัน เชฟเอาเนื้อกวางไปย่างให้ข้างนอกเกรียมๆ แล้วไปวางบนข้าวรีซอตโต้ ใส่ชีสบลูเวน เห็ด และผักโขม ปรุงด้วยน้ำทับทิม เนื้อกวางไม่เหนียว เนื้อนุ่มกว่าเนื้อวัวอีก ไม่มีกลิ่นสาปด้วยค่ะ เชื่อไหม๊ค่ะว่าร้านไวท์มอร์ฟนี้ได้รับรางวัลในเรื่องของการปรุงแต่งเนื้อมา 3 ปีแล้ว มีทั้งเนื้อวัวเนื้อแกะเนื้อต่างๆ มีการติดป้ายประกาศเกียรติคุณอยู่ที่ร้านค่ะ

 

ที่อยู่:       The White Morph Motor Inn

92-94 Esplanade, Kaikoura

New Zealand

Tel:  +64 3 319 5014

www.whitemorph.co.nz

 

Travel memo

Visa:ต้องทำเรื่องขอวีซ่าที่สถานฑูตนิวซีแลนด์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์

Currency:นิวซีแลนด์จะใช้สกุลเงินที่เรียกว่า “นิวซีแลนด์ดอลล่าร์”(NZD)

Climate:การเดินทางไปนิวซีแลนด์ ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาลในแต่ละเดือน ซึ่งฤดูกาลของนิวซีแลนด์จะตรงกันข้ามกับประเทศที่อยู่ในซีกโลกตอนเหนือ นิวซีแลนด์ตั้งอยู่ในโซนอากาศอบอุ่นทำให้มีอากาศอบอุ่นชุ่มชื้นและฝนตกตลอดปี มีอิทธิพลของลมค่อนข้างแรง ควรนำเสื้อกันลมไปด้วยไม่ว่าจะไปฤดูไหน เกาะเหนือมีอากาศอบอุ่นชื้นทั่วเกาะ ส่วนเกาะใต้ชายฝั่งตะวันตกฝนชุกกว่าชายฝั่งตะวันออก และมีอากาศเย็นกว่าเกาะเหนือ ระหว่างวันอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถึงขนาดมีคำพูดว่า “มี 4 ฤดูในหนึ่งวัน” จึงควรนำเสื้อกันหนาวไปเผื่อด้วยแม้ว่าจะเห็นว่าอากาศดีกรกฎาคมเป็นเดือนที่หนาวที่สุด เดือนที่อากาศอบอุ่นคือมกราคมหรือกุมภาพันธ์หิมะในนิวซีแลนด์จะตกบริเวณเทือกเขาเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยพบว่าตกลงบริเวณชายฝั่งของเกาะเหนือ และเขตตะวันตกของเกาะใต้ในเกาะใต้พบว่ามีหิมะตกบริเวณตะวันตก และตอนใต้ของเกาะ

ธันวาคม -  กุมภาพันธ์ ฤดูร้อน

มีนาคม – พฤษภาคม ฤดูใบไม้ร่วง

มิถุนายน – สิงหาคม ฤดูหนาวถึงหนาวจัด

กันยายน – พฤศจิกายน ฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็น

 

What you should know: เครื่องหมายรับประกันคุณภาพ ควอลมาร์ก (Qualmark) เป็นเครื่องหมายที่องค์การการท่องเที่ยวของนิวซีแลนด์มอบให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวประเภทต่างๆ เพื่อเป็นการรับประภันคุณภาพ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าและเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจ เครื่องหมายควอลมาร์กเริ่มใช้ในปี ค.ศ. 1993 และเพิ่มชนิดมากขึ้นในปี ค.ศ. 2002 มีผู้ประเมินเป็นองค์กรอิสระโดยใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ ถึง 500 ข้อด้วยกัน เจ้าของเครื่องหมายรับประกันนี้ คือองค์กรการท่องเที่ยวแห่งรัฐบาลนิวซีแลนด์ และสมาคมยานยนต์แห่งนิวซีแลนด์ดูแลร่วมกัน หมวดหมู่ของเครื่องหมายรับประกันควอลมาร์ก 1. ที่พัก ระดับการรับประกันจะดูจากจำนวนดาวที่ธุรกิจได้รับเริ่มตั้งแต่ 1 ดวง ไปจนถึง 5 ดวง คือมีมาตรฐานยอมรับได้จนถึงดีเยี่ยม โดยวัดมาตรฐานจากสิ่งอำนวยความสะดวกและคุณภาพในการให้บริการ ประเภทที่พักยังแบ่งได้เป็น 6 ประเภทคือ 1. ที่พักแบบประหยัด สำหรับนักท่องเที่ยวแบบ Backpack เช่นโรงแรมราคาประหยัดและหอพัก 2. ที่พักที่เจ้าของเปิดให้แขกพัก อาจมีอาหารเช้าบริการพร้อม เช่น Bed & Breakfast หรือ Home Stay 3. แคมป์ปิ้ง มอเตอร์แคมป์ คือ ที่พักสำหรับตั้งแคมป์และจอดรถมอเตอร์โฮม  4. โรงแรมและรีสอร์ตทั่วไป  5. ที่พักที่ประกอบด้วยส่วนครัวและที่พักรับประทานอาหาร โดยนักท่องเที่ยวสามารถปรุงอาหารในที่พักได้ 6. ที่พักมาตรฐานสูงทั้งสถานที่และการบริการที่เป็นเอกลักษณ์

ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวจะไม่ได้วัดเป็นดาว แต่จะเป็นการให้เครื่องหมายรับประกันคุณภาพว่ามีมาตรฐานดีเพียงพอ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท 1. กิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมกีฬา บันจี้จัมพ์ ดำน้ำ ปีนเขา แล่นเรือ พายเรือคายัค การบินชมทิวทัศน์ เป็นต้น 2. ธุรกิจการเดินทาง เช่น รถแคมเปอร์แวน เรือเฟอร์รี่ สายการบิน รถเช่า  3. ธุรกิจการบริการต่างๆ รวมทั้งร้านจำหน่ายสินค้านานาชนิด และถ้าไปนิวซีแลนด์แล้วเลือกใช้บริการสถานที่ที่มีป้ายควอลมาร์กอันนี้ มั่นใจได้เลยว่า เป็นที่ยอมรับและได้รับคุณภาพอย่างดีที่ประเทศนิวซีแลนด์