Switzerland

Mont Cervin Palace

เซอร์แมทเป็นเมืองธุรกิจโรงแรมที่มีการบริหารจัดการสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นบุกเบิก โดยมีกลุ่ม Seiler Hotels เป็นกลุ่มแรกๆ ของธุรกิจโรงแรมในเซอร์แมท ซึ่ง Mont Cervin Palace เป็นโรงแรมดั้งเดิมที่ดำเนินธุรกิจสืบต่อกันมาระดับ first-class ของสวิสก็ว่าได้ เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1851 และยังเป็นโรงแรมในเครือของ Leading Hotels of the World อีกด้วยคะ ตัวอาคารของโรงแรมยังคงลักษณะของสมัยโบราณ ถึงแม้ว่าจะมีการปรับปรุงและพัฒนาตามกาลเวลา แต่สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ คือ การบริการ รวมถึงการเก็บรักษาของโครงสร้าง วัสดุตกแต่ง ที่ยังมีกลิ่นอายของยุคนั้นอยู่ Mont Cervin Palace ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านเซอร์แมท ซึ่งอยู่ปลายตีนเขา Matterhorn ล้อมรอบไปด้วยร้านค้า ร้านขายของฝาก โรงเรียนสอนเล่นสกี ฯลฯ มีเส้นทางการเดินทางที่สะดวกสบาย ระหว่างโรงแรมไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือสถานีรถไฟและรถเคเบิ้ล โรงแรมนี้มีห้องพักเพียงแค่ 165 ห้อง ที่มีการตกแต่งแบบเรียบง่าย...

เซนต์ มอริตส์ (St. Moritz)

เมืองเซนต์ มอริตส์ (St. Moritz) เป็นเมืองรีสอร์ทหรูในหุบเขา Engadine ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บนส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูงที่ 1775 ม. เหนือน้ำทะเล ซึ่งทางตะวันออกของเทือกเขามียอดภูเขา Piz Bernina ตระหง่านสูงที่สุด ที่ระดับ 4049 ม. อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้เพียงไม่กี่กิโลเมตรเองค่ะ เซนต์ มอริตส์ แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่อยู่บนเขา และส่วนที่ราบโดยมีทะเลสาบขั้นอยู่ตรงกลาง เซนต์ มอริตส์ เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์จากบุคคลที่ค้นพบความสำคัญของเมืองในฤดูหนาว…. ในปี 1864 Mr. Johannes Badrutt เจ้าของโรงแรมหรูในเมืองเซนต์ มอริตส์ วางการเดิมพันกับแขกของโรงแรมชาวอังกฤษ 4 คนที่เคยเข้าพักโรงแรมในฤดูร้อนว่า “ถึงแม้จะเป็นฤดูหนาว แต่ก็เป็นฤดูหนาวที่สดใส มีแสงอาทิตย์สาดส่อง Mr. Johannes Badrutt จึงเชิญแขกกลุ่มเดิมกลับมาพักผ่อนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส แล้วบอกว่า ถ้าคำพูดของเขาผิด...

กรุงเบิร์น

กรุงเบิร์น (Bern) เป็นเมืองหลวงและตั้งอยู่ใจกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความโดดเด่นอย่างน่าประทับใจของเมืองเก่าสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นตัวอย่างผังเมืองของสมัยกลางที่ดีมากที่สุดในทวีปยุโรป จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก โดยยูเนสโกตั้งแต่ปี 1983 ภายในเมืองเก่ามีตรอกซอกซอยที่คงเดิม มีภูมิทัศน์ของลักษณะภายนอกอาคารเป็นหินทราย หลังคาสีแดงเมื่อมองจากมุมสูง และการเป็นสัดส่วนของย่านขายของ ซึ่งในภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “เลาเบิร์น” (Lauben) นอกจากนี้กลิ่นอายแห่งอดีตของศตวรรษที่ 16 ยังมีให้เราสัมผัสเรื่อย ๆ จากความขลังของรูปปั้นน้ำพุ 11 แห่งตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ และโบสถ์สไตล์โกธิค สมบัติล้ำค่าเหล่านี้ตั้งโอบรอบตามทางโค้งของแม่น้ำ Aare เป็นวงกลมเสมือนกับว่าเป็นเกราะป้องกันเมืองเก่าค่ะ จุดหลักของเมืองเก่าคือหอนาฬิกา Zytglogge-Fuhrung ที่เก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลาง สร้างในช่วงต้นศตวรรษที่ 13 ในสมัยนั้นหอนี้เป็นทั้งหอรักษาการณ์ คุก และหอนาฬิกา นอกจากการมีเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์แล้ว ขึ้นชื่อว่าสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้ค้นคิดและผลิตกลไกนาฬิการะดับโลก ความซับซ้อนของกลไกของหอนาฬิกานี้เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก ทั้งหน้าปัดนาฬิกาและการประดับประดาภายนอกหอนาฬิกา บนหน้าปัดนาฬิกาอันใหญ่โตนี้ประกอบด้วยตัวกำหนดที่สำคัญ ซึ่งมาจากทิศตะวันตกและตะวันออก ลักษณะหน้าปัดเกี่ยวกับทิศตะวันออก คือ วงแหวนรอบนอกที่มีตัวเลขโรมันสีทอง ซึ่งมีเข็มชั่วโมงและพระอาทิตย์สีทองที่ยึดติดกับแกนหมุน และวงแหวนชั้นในเป็นเข็มนาที...

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

65% ของเทือกเขาแอลป์เป็นพื้นที่ผิวของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ส่วนกลางของเทือกเขา หรือศูนย์กลางเทือกเขาแอลป์ ที่มียอดเขาที่สูงที่สุด ซึ่งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ คือ มอนเต โรซ่า (Monte Rosa) 4634 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ภูเขานี้ตั้งอยู่ระหว่างเขตแดนของสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีชื่อเต็มว่า “Swiss Confederation” เป็นประเทศในทวีปยุโรปตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก มีเขตแดนติดกับประเทศเยอรมัน (Germany) ทางทิศเหนือ ประเทศฝรั่งเศส (France) ทางทิศตะวันตก ประเทศอิตาลี (Italy) ทางทิศใต้ ส่วนประเทศออสเตรีย (Austria) และลิกเตนสไตน์ (Liechtenstein) ทางทิศตะวันออก ซึ่งพื้นที่ของประเทศเหล่านี้ ยกเว้นเยอรมันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ แบ่งออกตามสัดส่วนของพื้นที่ที่ถูกครอบคลุม สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กมากแต่ใช้ภาษาพูดถึง 4 ภาษา ๆ ที่ใช้มากที่สุด คือ ภาษาเยอรมัน รองมาภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาเลียน และภาษาโรมานช์ (เป็นภาษาท้องถิ่นของสวิตเซอร์แลนด์) สวิตเซอร์แลนด์แบ่งออกเป็น...

เซอร์แมท (Zermatt)

เดินทางออกจากเมืองเซนต์ มอริตส์ (St. Moritz) มุ่งไปทางทิศตะวันตกโดยรถไฟ Glacier Express ผ่าน UNESCO World Heritage “Swiss Alps Jungfrau-Aletsch” มาถึงเมืองเซอร์แมท (Zermatt) เมืองสวรรค์แห่งกีฬาสกี และการท่องเที่ยวในฤดูหนาว เซอร์แมทเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในหุบเขา Mattertal ในความสูงที่ 1620 ม. ระดับตีนเขาของยอดสูงสุดของสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งจะต่ำกว่าเมืองเซนต์ มอริสเล็กน้อย เซอร์แมทเป็นเมืองที่มีประชากรน้อยมาก และอาชีพหลักของคนพื้นเมือง คือ พนักงานโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งรายได้หลักของเมืองนี้มาจากการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว ถ้าใครไม่รู้จักเมืองเซอร์แมท แต่ก็ต้องเคยเห็นรูปภูขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่เป็นสัญลักษณ์ของช็อคโกแลตยี่ห้อ Toblerone เป็นแน่ นั่นละค่ะ ภูเขาที่มีรูปร่างสวยงาม มียอดสูงตระหง่านเทียมฟ้าในระดับความสูงที่ 4478 ม. นักปีนเขาชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงอย่าง Edward Whymper ได้พิชิตภูเขาลูกนี้ในช่วงกลางของศตวรรษที่...

โรงแรมเคมปินสกี้ แกรนด์ เซนต์ มอริส

ความน่าสนใจของที่ตั้งของเมืองเซนต์ มอริสนั้นมีมากมาย ไม่ว่าการเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ แม้กระทั่งที่ตั้งดั้งเดิมของบ่อน้ำแร่มอริเชียส (Mauritius Spring) การค้นพบของน้ำแร่เกิดขึ้นในระหว่างยุคประวัติศาสตร์ เมื่อ 3000 ปีที่แล้วที่เซนต์ มอริส มนุษย์ได้ดื่มน้ำจากแหล่งกำเนิดน้ำที่ปนเปื้อนด้วยกำมะถัน และบ่อน้ำนี้ถูกห่อหุ้มอย่างมิดชิด ซึ่งถูกใช้จนถึงปี 1907 เท่านั้นเองค่ะ ในการเยือนบ่อน้ำแร่ของเซนต์ มอริสของนายแพทย์ชาวสวิส Paracelsus von Hohenheim ในปี 1553 เขาได้เขียนบันทึกและยอมรับทันทีว่า น้ำแร่ธาตุของเซนต์ มอริสมีผลประโยชน์ทางการแพทย์ หลังจากนั้นเขาได้อธิบายเป็นการเขียนวิชาทางการแพทย์ ซึ่งกล่าวกันว่า การเขียนวิชาทางการแพทย์ของแพทย์ผู้นี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปเป็นครั้งแรกและถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ซึ่งอธิบายถึงแหล่งกำเนิดน้ำที่ปนเปื้อนด้วยกำมะถัน (Sanct Mauritz) และชี้แจงในรายละเอียดว่า น้ำแร่มอริเชียสเป็นหนึ่งในน้ำแร่ธรรมชาติที่สามารถใช้บำบัดรักษาได้ดีที่สุด ถ้าเทียบกับน้ำแร่อื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในทวีปยุโรป ณ ปัจจุบัน บ่อน้ำแร่มอริเชียสเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม ที่สร้างชื่อและความโดดเด่นให้แก่โรงแรม Kempinski Grand Hotel des Bains แต่เดิมบ่อน้ำแร่มอริเชียสนี้อยู่ภายในอาคารของโรงแรม โดยเฉพาะแขกของโรงแรมที่สามารถใช้บ่อน้ำแร่นี้อีกครั้งอย่างสะดวกสบาย...

โรงแรมออลเดน ซูริค

เขตที่พักอาศัยของเมืองซูริคมีประวัติศาสตร์ไปไม่น้อยกว่าสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่เขมได้เข้าไปสัมผัสก็เป็นหนึ่งสถานที่ที่มีประวัติย้อนหลังกลับไปถึงปี 1895 การเริ่มต้นของโรงแรมนี้มาจากอพาร์ทเม้นท์เพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น แต่ด้วยความต้องการของเจ้าของที่จะเติมเต็มในสิ่งที่ชอบ จึงมีความคิดที่จะใช้ความเป็นเอกลักษณ์ของสภาพแวดล้อมที่สงบเงียบ มาเป็นโรงแรมที่คนท้องถิ่นเลือกให้เป็นที่พักหรูแบบระยะยาวหลังปลดเกษียณ มีชื่อว่า ALDEN Hotel Splugenschloss เป็นโรงแรมห้าดาวที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีจำนวนห้องพักแค่ 22 ห้องสวีท ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจและธนาคาร และไม่ไกลจากทะเลสาบซูริคและถนนชอปปิ้งชื่อดัง Bahnhofstrasse ลักษณะโครงสร้างอาคารยังถูกเก็บรักษาคงเดิมตั้งแต่โบราณ เพียงแต่มีการซ่อมแซมปรับปรุงออกแบบภายในใหม่ให้ทันสมัย ตัดความเป็นคลาสสิคทิ้ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก มีระบบเทคโนโลยีที่สูง ส่วนเรื่องของวัสดุและสีที่ตกแต่งภายในนั้น ทางมัณฑนากรได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ในการใช้สีอ่อนที่เรียบง่าย ดูแล้วสบายตา เช่น สีของพื้นไม้ที่ไม่มีการตกยุคสลับกับพื้นหินอ่อน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสง่างาม ไม่น้อยไปกว่านั้นงานศิลปะภาพวาดต่าง ๆ ก็ยังถูกวางเรียงประดับบนฝาผนัง ซึ่งเป็นการวางสลับกันของภาพวาดเก่าที่ล้อมด้วยกรอบรูปสีทองและภาพพิมพ์ใหม่ในกรอบสีเงิน ทำให้เราเห็นความแตกต่างและความโดดเด่นในการจัดวางของแต่ละชั้นภายในตัวอาคาร ห้องพักของโรงแรมทั้งหมดจากเดิม 54 ห้อง ถูกปรับปรุงและลดจำนวนห้องเหลือ 22 ห้องสวีทเท่านั้น ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน ระหว่าง 60-100 ตรม. ถึงแม้ขนาดจะต่างกัน แต่มีองค์ประกอบที่เหมือนกัน...

ซูริค (Zurich)

เมืองซูริค (Zurich) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 409 ม. ท่ามกลางทะเลสาบซูริคซึ่งเป็นทะเลสาบหลักยาว 28 กม. กว้าง 4 กม. และมีแม่น้ำลิมมัตเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุด เมืองซูริคมิใช่เมืองหลวงของประเทศ แต่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ ธนาคาร และวัฒนธรรม ซูริคยังเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกและเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในทวีปยุโรป อีกทั้งเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงมากที่สุดอันดับ 2ในสวิตเซอร์แลนด์ ตามหลังมาจากเมืองเจนีวา ซูริคเป็นเมืองที่มีความเป็นหนึ่งจากการผสมผสานระหว่างวิถีการดำเนินชีวิตที่ดีกับสิ่งแวดล้อม ศิลปะ และงานเฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ทำให้เมืองนี้มีชีวิตชีวา ความรื่นเริงแก่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ซูริคเป็นเมืองใหญ่ จึงมีคำถามอยู่เรื่อย ๆ ว่าจะไปท่องเที่ยวที่ไหนดี เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลามากในหนึ่งเมือง เขมขอแนะนำการท่องเที่ยวในเมืองซูริคภายใน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน ที่เขมกำลังเสนอนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเที่ยวทุกที่ แต่ให้เลือกตามความชอบ ความน่าสนใจให้สมดุลกับเวลาที่มีนะคะ วันแรก เที่ยวซูริคเมืองเก่า Linderhof ประกอบไปด้วยโบสถ์ในสมัยกลาง Grossmunster...