โอ๊คแลนด์ (Auckland)

โอ๊คแลนด์ (Auckland)

เมืองสุดท้ายก่อนกลับบ้านคือ เมืองโอ๊คแลนด์ ตั้งอยู่บนคอคอดที่กว้างเพียง 11 กม. ระหว่างอ่าว 2 อ่าวคือ ไวเตมาตา (Waitemata) และอ่าวมานูกัว (Manukau) เมืองนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองแห่งกีฬาทางน้ำ และเป็นสวรรค์ของคนรักน้ำด้วยสถิติที่ว่ามีจำนวนผู้ครอบครองเรือต่อประชากรสูงสุดของโลก เมืองโอ๊คแลนด์ เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์  มีประชากรราว 1 ใน 3 ของคนทั้งประเทศ และก็ยังเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์อีกด้วย  มาเที่ยวนิวซีแลนด์ทั้งที สิ่งที่ควรซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านนอกจากน้ำผึ้งคอมวิต้า ที่เบย์ ออฟ เพลนตี้ แล้ว น้ำผึ้งที่โอ๊คแลนด์ของบีส์ออนไลน์ (BeesOnline Honey) ก็ต้องห้ามพลาดซื้อโดยเด็ดขาด ที่บีส์ออนไลน์ยังมีคาเฟ่กิ๊บเก๋ที่ทุกรายการอาหารในเมนูมีส่วนผสมของน้ำผึ้งทั้งนั้น อร่อยมากค่ะ www.beesonlineco.nz นิตยสารเซเวอร์ (SavourMagazine) ของสหรัฐฯ เป็นนิตยสารที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินการท่องเที่ยว ซึ่งเรื่องของอาหารการกินทางนิตยสารได้ทดสอบน้ำผึ้งจากทั่วโลกกว่า 200 ชนิด มีผลออกมาว่าน้ำผึ้งของบีส์ออนไลน์เป็นน้ำผึ้งที่ดีที่สุด 1ใน 3 ของโลก ลองมาจากกรีสและอิตาลีเลยเชียวนะคะ

 

เมืองโอ๊คแลนด์เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการล่องเรือ และด้วยสมญานามนี้ทำให้เขมพลาดไม่ได้ที่จะลองล่องเรือ การล่องเรือทำให้เขมได้มีโอกาสชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่าวไวเตมาตาในอีกมุมมองหนึ่ง  ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ครึ่ง ตลอดการเดินทางได้ฟังการบรรยายให้ข้อมูลความรู้จากผู้เชี่ยวชาญการแล่นเรือใบ เริ่มแรกคือการเป็นลูกเรือ ซึ่งจะได้ทำกิจกรรมหลายอย่างบนเรือ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับเรือ ออกกำลังชักใบด้วยตัวเอง ผู้แล่นเรือใบจะต้องมีการจัดกำลังของแรงลมด้วยการใช้ใบเรือเพื่อเปลี่ยนทิศทางและความเร็วของเรือ ซึ่งทักษะนี้ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญในเรื่องของลมและสภาพท้องทะเล รวมถึงความรู้เกี่ยวกับตัวเรือใบเองด้วยค่ะ กัปตันเรือให้เขมทดลองบังคับเรือเองด้วยล่ะ ไม่ง่ายเลยค่ะ อย่างที่ว่าต้องใช้ประสบการณ์และความชำนาญในเรื่องของทิศทางลม แล้วลมที่นี่สุดที่จะซุปเปอร์แรงงงงงงงงง….. เมื่ออยู่ในเมืองโอ๊คแลนด์แล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ อาหารทะเลสดๆ จากทะเลไซส์ใหญ่ๆ ที่ใหญ่กว่าบ้านเราเยอะ ที่ Auckland Fish Market เป็นตลาดทะเลสดที่มีโรงเรียนสอนทำอาหารอีกด้วย ซึ่งเป็นคอร์สทำอาหารทะเลโดยเฉพาะ สำหรับโรงเรียนสอนทำอาหารที่นี่จะเน้นอาหารสไตล์เอเชียแปซิฟิคและเมดิเตอร์เรเนียน ผู้สอนก็คือนาย จอห์น แคมเบล เป็นผู้ทำหน้าที่สอนทำอาหารและเป็นหัวหน้าเชฟที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เชฟคนนี้มีปรัชญาหลักในการทำอาหารก็คือ ทำให้ง่ายเข้าไว้ ด้วยความที่เป็นพ่อครัวที่ชอบสอนทำอาหาร จึงทำให้การเรียนมีความสนุกสนาน และที่พิเศษสุดๆ ก็คือ เค้าเผยเคล็ดลับต่างๆ โดยไม่ปิดบังเลย ค่ะได้เคล็ดลับการทำอาหารแล้ว ต่อไปคือการโชว์ฝีมือกันจริงๆ เขมเอ็นจอยกับการทำอาหารม๊ากกกกก ชอบสุดๆ มีเพื่อนคนนิวซีแลนด์ร่วมกลุ่มด้วยค่ะ วันนั้นมีปลาทูน่า หอยเชลล์ มะเขือเทศ หอยแมลงภู่ แล้วก็ผักต่างๆ นอกจากอาหารทะเลสดๆ ที่โอ๊คแลนด์แล้ว ความหวาดเสียวที่เลื่องชื่อก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องมาลอง Bungy Jump ไงค่ะ ที่ Sky Tower เป็นจุดหลักของโอ๊คแลนด์ ซึ่งมีโครงสร้างที่สูงที่สุดในนิวซีแลนด์ มีความสูง 328 เมตร สูงไหม๊ล่ะค่ะ?? ไปถามไถ่คนที่กระโดดลงมา เค้าบอกว่าน่ากลัวและเสียวมากๆๆๆ ถ้าใครที่ชอบท้าทายตัวเองก็อย่าลืมไปกระโดดสักครั้งหนึ่งนะคะ

 

ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ อากาศแสนที่จะบริสุทธิ์ มาเที่ยว 10 วันก็ยังไม่ทั่ว เขมยังไม่ได้ไป Queenstown เลย แน่นอนต้องมีการกลับไปอีกเป็นแน่ คอยติดตามละกันนะคะ J

 

 

 

Travel memo

 

Visa:ต้องทำเรื่องขอวีซ่าที่สถานฑูตนิวซีแลนด์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์

 

Currency:นิวซีแลนด์จะใช้สกุลเงินที่เรียกว่า “นิวซีแลนด์ดอลล่าร์”(NZD)

Climate:การเดินทางไปนิวซีแลนด์ ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาลในแต่ละเดือน ซึ่งฤดูกาลของนิวซีแลนด์จะตรงกันข้ามกับประเทศที่อยู่ในซีกโลกตอนเหนือ นิวซีแลนด์ตั้งอยู่ในโซนอากาศอบอุ่นทำให้มีอากาศอบอุ่นชุ่มชื้นและฝนตกตลอดปี มีอิทธิพลของลมค่อนข้างแรง ควรนำเสื้อกันลมไปด้วยไม่ว่าจะไปฤดูไหน เกาะเหนือมีอากาศอบอุ่นชื้นทั่วเกาะ ส่วนเกาะใต้ชายฝั่งตะวันตกฝนชุกกว่าชายฝั่งตะวันออก และมีอากาศเย็นกว่าเกาะเหนือ ระหว่างวันอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถึงขนาดมีคำพูดว่า “มี 4 ฤดูในหนึ่งวัน” จึงควรนำเสื้อกันหนาวไปเผื่อด้วยแม้ว่าจะเห็นว่าอากาศดีกรกฎาคมเป็นเดือนที่หนาวที่สุด เดือนที่อากาศอบอุ่นคือมกราคมหรือกุมภาพันธ์หิมะในนิวซีแลนด์จะตกบริเวณเทือกเขาเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยพบว่าตกลงบริเวณชายฝั่งของเกาะเหนือ และเขตตะวันตกของเกาะใต้ในเกาะใต้พบว่ามีหิมะตกบริเวณตะวันตก และตอนใต้ของเกาะ

ธันวาคม -  กุมภาพันธ์ ฤดูร้อน

มีนาคม – พฤษภาคม ฤดูใบไม้ร่วง

มิถุนายน – สิงหาคม ฤดูหนาวถึงหนาวจัด

กันยายน – พฤศจิกายน ฤดูใบไม้ผลิ อากาศเย็น

 

What you should know: เครื่องหมายรับประกันคุณภาพ ควอลมาร์ก (Qualmark) เป็นเครื่องหมายที่องค์การการท่องเที่ยวของนิวซีแลนด์มอบให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวประเภทต่างๆ เพื่อเป็นการรับประภันคุณภาพ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าและเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจ เครื่องหมายควอลมาร์กเริ่มใช้ในปี ค.ศ. 1993 และเพิ่มชนิดมากขึ้นในปี ค.ศ. 2002 มีผู้ประเมินเป็นองค์กรอิสระโดยใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ ถึง 500 ข้อด้วยกัน เจ้าของเครื่องหมายรับประกันนี้ คือองค์กรการท่องเที่ยวแห่งรัฐบาลนิวซีแลนด์ และสมาคมยานยนต์แห่งนิวซีแลนด์ดูแลร่วมกัน หมวดหมู่ของเครื่องหมายรับประกันควอลมาร์ก 1. ที่พัก ระดับการรับประกันจะดูจากจำนวนดาวที่ธุรกิจได้รับเริ่มตั้งแต่ 1 ดวง ไปจนถึง 5 ดวง คือมีมาตรฐานยอมรับได้จนถึงดีเยี่ยม โดยวัดมาตรฐานจากสิ่งอำนวยความสะดวกและคุณภาพในการให้บริการ ประเภทที่พักยังแบ่งได้เป็น 6 ประเภทคือ 1. ที่พักแบบประหยัด สำหรับนักท่องเที่ยวแบบ Backpack เช่นโรงแรมราคาประหยัดและหอพัก 2. ที่พักที่เจ้าของเปิดให้แขกพัก อาจมีอาหารเช้าบริการพร้อม เช่น Bed & Breakfast หรือ Home Stay 3. แคมป์ปิ้ง มอเตอร์แคมป์ คือ ที่พักสำหรับตั้งแคมป์และจอดรถมอเตอร์โฮม  4. โรงแรมและรีสอร์ตทั่วไป  5. ที่พักที่ประกอบด้วยส่วนครัวและที่พักรับประทานอาหาร โดยนักท่องเที่ยวสามารถปรุงอาหารในที่พักได้ 6. ที่พักมาตรฐานสูงทั้งสถานที่และการบริการที่เป็นเอกลักษณ์

 

ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวจะไม่ได้วัดเป็นดาว แต่จะเป็นการให้เครื่องหมายรับประกันคุณภาพว่ามีมาตรฐานดีเพียงพอ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท 1. กิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมกีฬา บันจี้จัมพ์ ดำน้ำ ปีนเขา แล่นเรือ พายเรือคายัค การบินชมทิวทัศน์ เป็นต้น 2. ธุรกิจการเดินทาง เช่น รถแคมเปอร์แวน เรือเฟอร์รี่ สายการบิน รถเช่า  3. ธุรกิจการบริการต่างๆ รวมทั้งร้านจำหน่ายสินค้านานาชนิด และถ้าไปนิวซีแลนด์แล้วเลือกใช้บริการสถานที่ที่มีป้ายควอลมาร์กอันนี้ มั่นใจได้เลยว่า เป็นที่ยอมรับและได้รับคุณภาพอย่างดีที่ประเทศนิวซีแลนด์