Amajena

Amanjena 2_resize

Red City ในทวีปแอฟริกาเหนือ

IMG_1704_resize

                 ประเทศมอร๊อคโคเป็นประเทศที่รู้จักในคนกลุ่มน้อยโดยเฉพาะในแถบทวีปเอเซีย  แต่ในทางตรงกันข้ามประเทศมอร๊อคโคเป็นที่รู้จักกันดีในแถบทวีปยุโรปและเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดสั้นๆ ที่นิยมกันมากของชาวยุโรป

          ประเทศมอร็อคโคตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ซึ่งมีประชากรมากกว่า 30 ล้านคน เป็นประเทศกลุ่มมุสลิมที่มีประวัติศาสตร์มานับ 3,000ปี ที่ประกอบไปด้วยวัฒนธรรมหลายสิ่งหลายอย่าง โดยกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีรากฐานมาเป็นทศวรรษ ตามทางภูมิศาสตร์มอร็อคโคตั้งอยู่ติดทิศตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก ติดประเทศแอฟริกาทางทิศใต้ มีทวีปยุโรปตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และประเทศในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศตะวันออก เรียกได้ว่าทิศเหนือ ใต้ ออก ตก มีความแตกต่างในเรื่องของวัฒนธรรม แน่นอนประวัติศาสตร์ของประเทศนี้มีให้ศึกษามาก…เมืองที่เขมได้ไปเยี่ยมชมและสัมผัสในครั้งนี้มีชื่อว่า “มาราเคช” (Marrakech) ซึ่งมีคำแปลว่าเมืองสีแดง (Red City) เพราะว่าตึกและบ้านในเมืองนี้จะเป็นสีแดงทั้งหมดที่ถูกสร้างด้วยอิฐสีแดง ความสูงของตึกจะอยู่แค่ 5 ชั้น มาราเคชได้ถูกให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอับดับหนึ่งในมอร็อคโค เนื่องจากสภาพอากาศเย็นตลอดปี มีเวลากลางวันยาว และบรรกาศบริสุทธิ์ มลพิษน้อย

IMG_1416_resizeIMG_1436_resize
 IMG_1515_resizeIMG_1521_resize

            การเดินทางค่อนข้างที่จะยาวไกล เราจะต้องเดินทางผ่านทวีปยุโรป ซึ่งเป็นการเดินทางที่ง่ายและสะดวกที่สุด แต่เขมขอบอกว่าคุ้มจริงๆ กับความสวยงามในสถานที่สำคัญต่างๆ แค่ลงจากเครื่องบินก็ตื่นเต้นแล้วล่ะคะ มันเป็นเพราะว่าความแตกต่างของวัฒนธรรมที่มีมากระหว่างประเทศเขาและบ้านเรา แค่เดินทางมาถึงที่โรงแรมเป็นแห่งแรกก็ ว้าวว้าว!! แล้วอ่ะ โรงแรมอมันเจน่า (Amanjena) ค่ะ ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือของกลุ่มอมัน www.amanresorts.com (โรงแรมอมันบุรีที่ภูเก็ตก็เป็นหนึ่งในเครือนี้ด้วยค่ะ) สวยงามมากกก! กว้างขวาง มีความเป็นส่วนตัว ล้อมรอบด้วยต้นไม้นานาชนิดและสนามกอล์ฟ เนื่องจากโรงแรมนี้เป็นโรงแรมระดับห้าดาว แน่นอนการต้อนรับและการบริการก็ต้องดีเลิศตามแบบฉบับของอมัน……ขอกระซิบหน่อยเถอะว่าโรงแรมที่นี่มีแม่ครัวเป็นคนไทยด้วยคะ เขมเลยโชคดีได้ชิมฝีมืออาหารไทยอร่อยเหมือนอยู่บ้านเราเลย  นี่เขมไม่ได้ทานแต่อาหารไทยนะคะ อย่าเพิ่งคิดอย่างนั้น ส่วนใหญ่ก็จะทานอาหารพื้นเมือง แหม…มาถึงที่นี่ทั้งทีจะไม่ให้ลองอาหารของเขาได้ยังไงล่ะ อาหารพื้นเมืองของประเทศมอร็อคโคที่มีชื่อเสียงได้แก่ ทาจีน (Tajine) ซึ่งเป็นอาหารที่ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ มะกอก ผักดอง และเครื่องเทศต่างๆ ที่ตุ๋นในหม้อดิน (อันนี้คือจานโปรดของเขมเลยนะเนี๊ย!!!) หรือ คุช คุช (Couscous) เป็นการทำแบบชนิดตุ๋นในหม้อดินเหมือนกับทาจีนแต่จะมีแต่ผักนานาชนิดและเมล็ดข้าวสาลี อ้ออีกอย่างนึงที่ควรลองคือน้ำชาประจำชาติที่เขาเรียกว่า น้ำชารสมิ้นท์ Mint tea อ่ะค่ะ

        IMG_1406_resizeAmanjena 2_resize

                 ในช่วงเวลา 4 วันที่มาราเคช เขมได้ไปท่องเที่ยวสถานที่ที่น่าสนใจม๊ากมาย  ตั้งแต่สวนมาโจเร็ว  (Majorelle Garden) ซึ่งเป็นสวนที่จิตรกรชาวฝรั่งเศสชื่อ แจ็คกี้ มาโจเร็ว (Jacques Majorelle)ได้สร้างขึ้นใจกลางเมือง สวนนี้เองได้ล้อมรอบบ้านหลังน้อยที่มีสีน้ำเงินสดใส และในศตวรรษที่ 20 ดีไซเนอร์ชื่อดัง Yves Saint-Laurent ได้มาซื้อบ้านหลังนี้เป็นสมบัติส่วนตัว ยกเว้นสวนอันสวยงามที่ยังเปิดให้เยี่ยมเข้าชมได้ทุกวัน  มาย้อนยุกต์ไปถึงศตวรรษที่ 12 กันดีกว่าเมื่อสมัยแอลโมราวิดส์ (Almoravids) ได้ฉลองชัยชนะและเพื่อเป็นสัญลักษณ์เลยมีการสร้างสุเหร่าคูตูเบีย (Koutoubia) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของมุสลิมตะวันตกงดงามม๊ากคะโดยเฉพาะในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตก เราจะได้เห็นเงาสะท้อนของสุเหร่าที่มีท้องฟ้าสีแดงส้มเป็นฉากหลัง สวยจริงๆ ค่ะ  มาพูดถึงอันนี้ดีกว่า เบ็น ยูเซ็ฟ มิเดอซ่า (Ben Youssef Medersa) ซึ่งเขมชอบมากเป็นพิเศษ เพราะความละเอียดละออไม่ว่าจะเป็นสีสันของกระเบื้อง และลวดลายของสถาปัตยกรรม เนี๊ยต้องยกนิ้วให้เลยนะค่ะ ที่นี้คือโรงเรียนที่เก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 สามารถ    จุนักเรียนได้ถึง 900 คนคะ…..  มาเที่ยวมาราเคชสิ่งที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่งคือ ซูกส์ (Souks) ที่นี่เรียกได้ว่า ‘The most happeningplace’ โดยเฉพาะตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นขึ้นไป จะเป็นสถานที่ที่มีการแสดงหลากหลายรูปแบบ เช่น การแสดงเป่าปี่เรียกงูออกมาเต้นตามจังหวะเพลง การช๊อปปิ้ง การพบปะสังสรรค์ของชาวมอร๊อคโค ฯลฯ ที่ซูกส์นี่มีสิ่งของขาย ร้านค้า ร้านอาหาร มากมาย ซึ่งมีหลายๆ มุมที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นกิจกรรมต่างๆ ที่เรียกได้ว่ามีแบบฉบับกันมาตั้งแต่ดั้งเดิมอ่ะคะ UNESCO ได้ประกาศให้ซูกส์เป็นมรดกของโลกอีกแห่งนึงด้วย! บอกแล้วไงค่ะ พลาดไม่ได้เลย ดิฉันขอเน้น!!!!!!

                       นอกจากสวนมาโจเร็วแล้วยังมีมินาร่า (Menara) ซึ่งเป็นสวนที่ยิ่งใหญ่มาก มีเนื้อที่กว่า 220 เอเคอร์ ล้อมรอบไปด้วยต้นมะกอกและต้นผลไม้ต่างๆ ในศตวรรษที่ 12 มีการขุดอ่างเก็บน้ำตรงกลางสวน ในช่วงสมัยสุลต่านแอลโมแฮด (Sultan Almohad) ได้ทำการสร้างศาลาที่มีหลังคารูปทรงพีระมิดเพิ่ม ซึ่งมีไว้ใช้เป็นที่ที่พบรักของสุลต่านอ่ะค่ะ….คิก คิก คิก

                       เมื่อนั่งรถรอบๆ กรุงมาดินาห์ (Medina) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม ให้สังเกตกำแพงหินที่ทำล้อมป้องกันเมือง สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 กำแพงนี่ล่ะคะที่จะกระทำเปลี่ยนสีตามแสงแดดของดวงอาทิตย์ในตอนเช้าและตอนเย็น สวยจริงๆคะ สำหรับผู้ที่รักการเข้าพิพิธภัณฑ์ ขอให้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มาราเคช (Musee de Marrakech) นะค่ะ ซึ่งเป็นพะราชวังเก่าสไตล์มูริช (Moorish) สร้างในศตวรรษที่ 19 ที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่เขมชอบม๊าก เขมประทับใจเป็นที่สุดก็ Islamic art ล่ะคะ สีสันของกระเบื้องสไตล์อิสลามเนี๊ยล่ะที่ทำให้เขมกรี๊ดมาก อยากซื้อกลับไปตกแต่งที่บ้านบ้าง สีของกระเบื้องมัน light up my life จริงๆๆๆๆๆ  ไปเที่ยวตึกรามบ้านช่องมากพอแล้ว เราไปเที่ยวสวนปาล์มกันหน่อยดีกว่า ก็ที่นี่ล่ะคะมีสวนต้นปาล์มอันกว้างขวางใหญ่โตถึง 120 ตารางกิโลเมตร มีชื่อว่า La Palmeraie โอ้ย…ต้นปาล์มเล็กใหญ่มากมาย amazing ต้นปาล์มม๊ากค่ะ

Amanjena 1_resize

 

IMG_1846_resizeIMG_1545_resize

                       สถาปัตยกรรมในประเทศมอร๊อคโคในแต่ละที่มีความเป็นมาอันยาวนานและน่าสนใจมาก สุเหร่าคูตูเบียที่ใหญ่ที่สุดในโลกของมุสลิมตะวันตกก็พูดถึงไปแล้ว อันนี้ก็อีกกันนึงคะ สุเหร่าคาสบา(Kasbah Mosque) ซึ่งถูกสร้างโดยยาคูป แอล มอนซัว (Yacoub el-Monsour) ในปี ค.ศ. 1184-99 ในมาราเคชสุเหร่าอันนี้เป็นสุเหร่าอันเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ตั้งแต่สมัยสุลต่านแอลโมแฮด (Sultan Almohad) ส่วนที่สำคัญของสุเหร่านี้ก็คือ หอสูงยอดแหลมบนสุเหร่าซึ่งใช้เป็นที่เรียกคนมาสวดมนตร์(Minaret) ที่มีความงดงามจากการสร้างของสีเหลืองออกน้ำตาลของอิฐและหิน แล้วยังได้เป็นต้นแบบฉบับให้กับช่างก่อสร้างในสมัยต่อๆ มา  เมื่อเอ่ยถึงสถาปัตยกรรมในประเทศมอร๊อคโค ยังมีอีกตัวอย่างนึงที่บ่งบอกถึงความเก่งกาจ ละเอียดละออของเขา ก็คือหลุมฝังศพในสมัยราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs) เนี๊ยหล่ะคะ มีการสร้างที่มีความแตกต่างจากรูปแบบเรียบๆ ง่ายๆ ของในสมัยสุลต่านแอลโมแฮดโดยอย่างสิ้นเชิง ในราชวงศ์ซาเดียนเขาให้ความสำคัญกับหลุมฝังศพเป็นอย่างมากฉะนั้นในสมัยนั้นจะมีความฟุ่มเฟือยในเรื่องของสถาปัตยกรรมในสุสานซึ่งมีความสง่างามได้เห็นอย่าชัดเจน  ถ้าเห็นว่าที่นี่สง่างามแล้วหล่ะก็ เขมขอบอกเลยนะว่ามีเริ่ดกว่านี้คะ ก็ที่พระราชวังบาไฮ (Palais Bahia) แปลว่า “พระราชวังโปรดปราน” ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยสองขุนนางผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลมากในสมัยนั้นชื่อ ซิ มูสซ่า (Si Moussa) เป็นขุนนางผู้ใหญ่ในสมัยสุลต่าน ซิดิ โมแฮมเม็ด เบ็น แอ๊บเดอราแฮม (Sultan Sidi Mohammed ben Abderrahman) และลูกชายชื่อ บา อาเม็ด   (Ba Ahmed) ซึ่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในสมัย มูเลย์ แอ๊บดีลาซิซ (Moulay Abdelaziz) ในช่วงท้ายของศตวรรษที่ 19 โอ้โหที่นี่เต็มไปด้วยการตกแต่งด้วยลวดลายและสีสันของกระเบื้องบนเพดานและกำแพงที่ผสมผสานกับความโค้งรูปเกือกม้าของประตู ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัว อย่าพลาดไปเยี่ยมชมที่นี่เป็นอันเด็ดขาด สวยและตระการตามากค่ะ

IMG_1573_resize

 IMG_1442_resize     IMG_1448_resize

                            ประเทศมอร๊อคโค เป็นประเทศที่เรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มาก ถ้ามีแผนการที่จะไปท่องเที่ยวสักแห่งหนึ่ง เขมขอแนะนำประเทศนี้ให้ด้วยนะค่ะ เรื่องอากาศก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ในฤดูร้อนอาจจะร้อนมาก ควรไปช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน หรือเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งอากาศค่อนข้างที่จะเย็นสบาย อย่าลืมทำการขอวีซ่าซึ่งใช้เวลาประมาณ1 อาทิตย์นะคะ

                             เอาหล่ะก่อนกลับบ้านก็คงต้องมีการซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปกันบ้าง อย่างน้อยก็ต้องเป็นของที่ระลึกหล่ะค่ะ บอกก่อนเลยนะว่าสินค้าที่นี่เขาตั้งราคาไว้สูงมากๆๆๆๆๆๆๆ ควรต่อราคาให้ได้สัก 70 เปอร์เซ็น ราคาของในแต่ละร้านคล้ายคลึงกัน ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความสามารถแค่ไหนที่จะต่อราคาเขา เราสามารถจ่ายได้ทั้งเงินสกุลของเขาที่เรียกว่า เดอเริม (Dirham) หรือสกุลยูโร แต่ถ้าจ่ายยูโรจะได้ราคาถูกว่าในเชิงอัตราแลกเปลี่ยนค่ะ ประเทศมอร๊อคโคมีของขายมากมายซึ่งบางอย่างก็หาซื้อได้ในบ้านเรา แต่สิ่งที่บ่งบอกความเป็นประเทศของเขาก็น่าจะเป็นพวก รองเท้า พรม ผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบ เครื่องหนัง งานจักสานพวกตะกร้าต่างๆ งานทองเหลืองและทองแดง  อย่าลืมนะค่ะต้องต่อราคาเยอะๆ วิธีของเขมก็คือว่าต่อราคาลงมาต่ำๆ แล้วค่อยเจรจาต่อรอง ถ้าผู้ขายไม่ให้ก็เดินออกจากร้าน เดี๋ยวสักพักเขาก็เรียกเรากลับมาให้ราคาตามที่ขอ ถ้าเขาไม่ให้ก็ไปร้านอื่นนะค่ะ ของเหมือนกันมีขายหลายร้านคะ บางร้านเนี๊ยต่อจนเหนื่อยเรียกได้ว่าเหมือนขึ้นเวทีชกมวยเลยล่ะ…..ฮิ ฮิ ฮิ

                        ในประเทศมอร๊อคโคนอกจากเมืองมาราเคชแล้วยังมีเมืองท่องเที่ยวอีกหลายเมือง เช่น คาซาบลังก้า (Casablanca) เฟ๊ (Fes) และอัคกาเดอร์ (Agadir) ที่ยังมีความลึกลับน่าสนใจที่เรายังไม่รู้อีกเยอะคะ ถ้ามีโอกาศเขมจะไปเยี่ยมชมเมืองเหล่านี้แน่นอน ซูปเปอร์ชัว J

 

IMG_1551_resize

 

IMG_1502_resizeIMG_1501_resize

IMG_1496_resize

IMG_1423_resize

IMG_1467_resize IMG_1463_resize IMG_1452_resize

Amanjena 3_resize

MOROCCO

Travel memo

Visa : ต้องทำเรื่องขอวีซ่าที่สถานฑูตมอร็อคโค ซึ่งใช้เวลา 5 วันทำการ

Currency : มอร็อคโคจะใช้สกุลเงินที่เรียกว่า เดอเริม (Dirham) แต่สกุลเงินยูโร (Euro) ก็สามารถใช้ได้ทุกที่เหมือนกัน

Climate : Spring (March-May) ถ้าฝนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ฤดูนี้ก็จะเต็มไปด้วยควมสมบูรณ์ของต้นไม้ ดอกไม้ที่บานสะพรั่ง บนยอดเขาก็ยังมีหิมะปกคลุม อากาศเย็นสบาย

Summer – (June-August) ซุปเปอร์ร้อน แต่ในช่วงนี้จะมีงานเฉลิมฉลอง วันเทศกาล งานรื่นเริงตามฤดูกาลเยอะ

Autumn – (September-November) เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางในหลายๆ เมือง อากาศเย็นสบาย แต่อาจมีฝนตกเป็นบางครั้ง

Winter – (December-February) เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินทางไปแถบทะเลทรายซาฮาร่า อากาศค่อนข้างหนาว

How to get there:เดินทางไปด้วยสายการบิน Air France ง่ายที่สุด

Dress: ไม่ควรใส่กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น เสื้อแขนกุด เสื้อเปิดอก เสื้อสายเดี่ยว ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด

Not to do:ห้ามถ่ายภาพใน mosque ในช่วงเวลาที่มีการประกอบพิธีสวดมนตร์ ห้ามถ่ายภาพที่เกี่ยวกับทางทหาร สถานที่ราชการ และถ้าจะถ่ายภาพบุคคลตามสถานที่ท่องเที่ยว ควรจะขออนุญาติบุคคลคนๆ นั้นก่อน แล้วควรที่จะให้เงินเล็กน้อยเพื่อเป็นการตอบแทน ไม่งั้นเดี่ยวเป็นเรื่องค่ะ

Special thanks

Amanjena

BP 2405, Poste principale de Guéliz

Marrakech 4000, Morocco

Tel:  (212) 24 40 33 53

Fax: (212) 24 40 34 77

www.amanresorts.com